แนะนำเป้อุ้มเด็กราคาถูก คุณภาพดี

เป้อุ้มเด็กสไตล์เกาหลี มีสายคล้องคอ และสายรัดเอว ปรับระดับสายได้ มีตัวล็อค ปลอดภัย ช่วยลดอาการปวดเมื่อย แขนและหลังของคุณแม่ แถมเป้อุ้มเด็กยังมีฐานรองนั่งให้น้องนั่งไม่เจ็บก้นหรืออับชื้น เพราะเป้อุ้มเด็กทำมาจากวัสดุที่ระบายอากาศได้ดี เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนจนถึง 2 ขวบ เป้อุ้มเด็กนี้เหมาะสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ หรือพี่เลี้ยงเด็กที่ต้องพาเด็กไปทำธุระด้วย หรือจะเป็นการกล่อมเด็กเพื่อให้นอนหลับก็ตาม และยังสามารถใช้ได้หลากหลาย ดูภาพสินค้าเป้อุ้มเด็กได้ด้านล่าง

line

p1 p2 p3 p4 p5

เป้อุ้มเด็กมีให้เลือกสองสี สีน้ำเงิน หรือสีคราม กับสีแดง

คุ้มสุดๆ สไลเดอร์ ชิงช้า แป้นบาส 3 in 1 ราคาถูกใจ พร้อมส่ง

สไลเดอร์ ชิงช้า และ แป้นบาส พร้อมลูกบาส ทำมาจากพลาสติกอย่างดี ปลอดภัย มีบันไดขึ้นสไลเดอร์ เก้าอี้ชิงช้ามีที่จับ ไม่มีเหล็กแหลมคม แข็งแรงทนทาน มั่นคง น้องๆเล่นสไลเดอร์พร้อมกันได้หลายคน และยังสามารถเล่นในร่มหรือกลางแจ้งก็ได้ รองรับน้ำหนักได้ถึง 80 กิโลกรัม

สไลเดอร์

 

เหมาะสำหรับเด็กอายตั้งแตุ่ 1 – 8 ปี
ขนาด สไลเดอร์ สูง 1.26 เมตร กว้าง 1.70 เมตร และยาว 1.7 เมตร
จากราคาปกติ 6500 บาท ลดเหลือเพียงราคา 4600 บาท (ราคาถูกที่สุด)
น้ำหนักสินค้า ประมาณ 30 กิโลกรัม

รูปภาพสินค้า สไลเดอร์ ชิงช้าแป้นบาส จริง

สไลเดอร์ราคาถูก

สไลเดอร์ สีสันสวยงาม แข็งแรงทนทาน พร้อมส่ง

สไลเดอร์ ชิงช้า

สไลเดอร์ มีบันไดแข็งแรง

บันไดสไลเดอร์

ที่นั่งชิงช้ามีที่จับ

ที่นั่งชิงช้า

การจัดส่งสไลเดอร์
*** [ฟรี]หากลูกค้าอยู่เชียงใหม่สามารถนัดรับสินค้าได้ที่เชียงใหม่
*** [ค่าส่ง ฟรี]ส่งแบบพัสดุธรรมดา (ใช้เวลาประมาณ 5 วัน)
*** [ค่าส่ง ฟรี]ส่งทางรถเมล์ (ใช้เวลาประมาณ 1 วัน)
*** [ค่าส่ง 300]ขนส่งเอกชน (ไม่แน่นอน)

วิธีชำระเงิน
โอนเงินผ่านทางธนาคาร (กรุณาติดต่อทางร้านก่อนเพื่อเช็คสินค้า)

line

เมื่อเด็กๆอยากเล่นของเล่นอย่าง สไลเดอร์ ชิงช้า แป้นบาศ คุณพ่อคุณแม่ต้องพาน้องๆออกไปเล่นที่สนามเด็กเล่น แต่เนื่องด้วยไม่มีเวลาบางครั้งหรือบ่อยครั้งก็ไมไ่ด้พาไปเล่น สไลเดอร์ และชิงช้า เป็นของเล่นที่เด็กๆโปรดปรานมาก ลองย้อนกลับไปในวัยเด็กคุณพ่อคุณแม่เองก็ยังชอบเล่น สไลเดอร์ ชิงช้า แป้นบาส ไม่เพียงแค่ทำให้เด็กๆ สนุกสนาน ร่าเริง เท่านั้น เด็กยังได้ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกาย สมอง และความสัมพันธ์กับเพื่อนๆที่เล่นด้วยกัน นอกจากนี้การเล่นสไลเดอร์ ชิงช้า แป้นบาส ยังช่วยให้น้องๆมีไหวพริบ อีกด้วย

จำหน่ายกระเป๋าสัมภาระคุณแม่ราคาถูกใจ

เคยเป็นไหมครับเวลาพาเจ้าตัวน้อยออกไปข้างนอก ต้องเตรียมสัมภาระวุ่นวายเลยทีเดียว บางครั้งก็นำของใส่ถุงรวมๆกัน ยิ่งเป็นถุงหิ้วแล้ว ยิ่งทำให้หาของยากขึ้น วันนี้ขอแนะนำกระเป๋าสัมภาระคุณแม่ที่เหมาะสำหรับคุณแม่ต้องต้องเตรียมสัมภาระเวลาเดินทางออกนอกบ้านพร้อมเจ้าตัวเล็ก


กระเป๋าสัมภาระคุณแม่ใน 1 เซต ประกอบด้วยกระเป๋า 3 ชิ้น
1. ประเป๋าใบใหญ่ สามารถใส่ของต่างๆได้ เช่น เสื้อผ้า ผ้าอ้อม กระดาษทิชชู เป็นต้น
2. กระเป๋าใบกลาง สามารถใส่ขวดนมได้ เพราะเก็บความร้อนได้ด้วย และสามารถใส่สิ่งของอื่นๆ ตามต้องการ
3. กระเป๋าใบเล็กสุด สามารถใส่ขวดนมได้ 1 ขวด

กระเป๋าสัมภาระคุณแม่ กระเป๋าสัมภาระคุณแม่
กระเป๋าสัมภาระคุณแม่ กระเป๋าสัมภาระคุณแม่

กระเป๋าสัมภาระคุณแม่พกพาสะดวก สามารถสะพายได้ไม่เกะกะจัดของเจ้าตัวเล็กได้อย่างเป็นระเบียบ เมื่อต้องการของก็สามารถเปิดหยิบเอาสิ่งของได้ง่ายสะดวก การทำความสะอาดง่าย เมื่อกระเป๋าเปื้อนไม่ยุ่งยาก คุ้มค่าสุดๆ ซื้อ 1 เซตได้กระเป๋า 3 ใบ สามารถอ่านรายละเอียดกระเป๋าสัมภาระคุณแม่เพิ่มเติมได้ที่

กระเป๋าสัมภาระคุณแม่ ถูกใจ ทั้งราคา และคุณภาพ

ของเล่นแบบไหน ช่วยเสริมพัฒนาการให้ลูกน้อย

th (5)ของเล่นกับเด็กเป็นเรื่องคู่กันอยู่แล้ว ทั้งนี้รวมไปถึงทารกด้วย พ่อแม่ทุกคนก็คงจะซื้อ ไว้ให้ลูกเล่นอย่างแน่นอน แต่คุณจะรู้ไหมว่าของเล่นเด็ก ชิ้นนั้นจะช่วยเสริมพัฒนาการ ให้ลูกหรือไม่

มาดูกันซิว่ามีของเล่นอะไรบ้าง ที่จะช่วยสร้างเสริมพัฒนาการ ให้ลูกน้อยได้

ของเล่นมีเสียง 
เสียงปี๊บ ๆ กุ๊งกิ๊ง ๆ จากของเล่นจะสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ลูกน้อยได้มากทีเดียว จะช่วยให้ลูกน้อยได้ฝึกการมอง ทักษะการฟัง พ่อแม่ควรจะหาของเล่นสีสด ๆ ให้ลูกเล่น เวลาเล่นควรจะค่อย ๆ ขยับย้ายที่ไปช้า ๆ เพื่อให้เด็กได้มองตาม

เสียงดนตรี กล่องดนตรี 
โมบายล์ที่มีเสียงดนตรี กังสดาล คีย์บอร์ด และเสียงเพลงจากเทปคลาสสิก จะช่วยทำให้ลูกเพลินไปกับการฟังจนหลับได้อย่างสบาย โดยเฉพาะเทปคลาสสิกที่วิจัยมาแล้วว่า ถ้าเปิดให้ลูกฟังบ่อย ๆ จะทำให้เด็กมีปัญญาดี เฉลียวฉลาด และจิตใจดี เพราะเพลงคลาสสิกจะมีทำนองเพลงนุ่มนวล และซับซ้อน อีกทั้งยังช่วยให้เด็กไม่ตื่นกลัวโลกภายนอกด้วย

อุปกรณ์ของเล่นยามอาบน้ำ 
อาทิเช่น ลูกเป็ดยางลอยน้ำ ถังน้ำเล็ก ๆ ไว้ใส่น้ำ โถส้วมลูกเป็ด หรือแม้แต่กระทั่งสติ๊กเกอร์การ์ตูน เฉพาะติดกระเบื้อง หรือพื้นเรียบทุกชนิด ติดไว้ในห้องน้ำ จะช่วยจูงใจให้ลูกเพลิดเพลินไปกับการอาบน้ำเป็นอย่างมาก

ของเล่นที่แฝงไปกับการนอน 
ไม่ว่าจะเป็นหมอน ผ้าปูที่นอน ผ้านวม ก็มีส่วนทำให้ลูกเพลิดเพลินได้ ถ้าคุณแม่เย็บเป็นจะเย็บให้ลูกเองก็ได้ เพื่อเป็นการประหยัด และสามารถเลือกลายผ้าให้ลูกได้เองด้วย หรือก่อนนอนคุณแม่จะร้องเพลงกล่อมลูกเบา ๆ ก็ดีค่ะ

ของเล่นที่เคลื่อนที่หรือเคลื่อนไหวได้ 
จำพวกรถลาก ลูกบอล รถสามล้อ จักรยาน ม้าโยก ลูกที่อยู่ในวัยคลาน พ่อแม่จะลากไปให้ลูกคลานตามให้ทัน ลูกจะสนุกกับการคลานตามของเล่น แต่ถ้าลูกอยู่ในวัยเดินได้แล้ว ลูกก็ยังรู้สึกสนุกที่ได้ตามไปเก็บ คอยแย่งเล่นจากพ่อแม่ หรือจะเล่นม้าโยก ขี่จักรยานสามล้อ ลูกก็จะเล่นทั้งวันจนไม่ยอมเลิกเลยล่ะค่ะ

เล่นขายของ ของเล่นอมตะ 
การนำเอาหม้อเล็ก ๆ กระทะ หรืออาหารปลอมมาเล่นกับพ่อแม่ หรือเล่นกับเพื่อน ๆ ทำให้เด็กมีความคิดของตัวเอง รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ต้องทอดไข่นะ ต้องหุงข้าวนะ และทำให้เด็กเรียนรู้ความหมายของคำว่า “มี” และ “ไม่มี” หรือ “เต็ม” และ “ว่าง” เช่นเด็กอาจจะบอกว่า “นี่ค่ะ ข้าวผัดของหนู” แล้วลูกก็ทำท่ากิน ไม่นานเราจะได้ยินลูกพูดว่า “ทานหมดแล้วค่ะ” เราก็ควรจะชมลูกว่า “ทานหมดแล้ว เก่งมากจ้ะ”

เล่นกับลูก นี่ล่ะดีที่สุด
ไม่ว่าจะมีของเล่นกี่ร้อยกี่พันชิ้น แต่ถ้าต้องเล่นอยู่คนเดียว ลูกก็จะเกิดความเหงา ของเล่นนั้นก็จะไม่มีความหมาย การเล่นกับลูกให้ลูกเป็นจุดศูนย์กลางจะทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่รักของพ่อแม่ และช่วยกระชับความอบอุ่นระหว่างครอบครัวได้ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าของเล่นของลูกจะเป็นอะไร หรือจะเป็นของเล่นเด็ก เราจะต้องคำนึงถึงความสะอาดด้วย ควรหมั่นนำไปทำความสะอาดเสมอ ๆ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราจะต้องมีเวลาเล่นกับลูก สอดแทรกการสอนไปพร้อม ๆ กับการเล่น และให้ความอบอุ่นกับลูกมากที่สุด แค่นี่ก็จะทำให้ลูกมีสุขภาพกาย และใจสมบูรณ์แข็งแรง และจะเป็นเยาวชนที่ดีต่อไปค่ะ

มาแล้ว!!เตียงสระผมเด็กราคาพิเศษ

เตียงสระผมเด็กยอดฮิต มาแล้วจ้าา สำหรับต้องๆที่สระผมบ่อยๆและจะทำให้การสระผมนั่นง่ายขึ้นด้วยเตียงสระผม ทำจากวัสดุพลาสติกแข็งแรงทนทาน ราคาย่อมเยา บ่อยครั้งที่การสระผมมักเป็นปัญหาสำหรับเด็กๆ อายุ 5 เดือน ถึง 12 ปี เวลาสระผมนั้นค่อนข้างลำบากพอสมควร โดยเฉพาะเด็กๆที่ไม่ชอบการสระผมเอาเสียเลย แต่การสระผมต้องใช้เวลาค่อนข้างนานทำให้เด็กๆรู้สึกเบื่อได้ง่าย หากคุณแม่ใช้เตียงสระผมเด็ก ทั้งง่ายและสะดวก สีสันสวยงามดึงดูดเด็กๆ ให้มาสระผมได้อย่างง่ายดาย เตียงสระผมถูกออกแบบมาอย่างปลอดภัยแต่การเก็บรักษาง่าย ไม่ยุ่งยาก สามารถชมภาพสินค้าจริงได้ข้างล่างนี้ได้เลย

_MG_1306

_MG_1311

_MG_1314

สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ www.ranbabysmile.com เลยจ้า

คลิป vdo แนะนำสินค้า

วิธีใช้เตียงสระผมสำหรับเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายก็ใช้ได้

วันนี้ทางเว็บไซต์ขอเสนอของใช้ที่จำเป็นสำหรับการสระผมของเด็กๆ ปกติแล้วเวลาคุณพ่อคุณแม่สระผมเด็กมีวิธีการอย่างไรกันบ้างเพื่อไม่ให้น้ำเข้าและ แชมพูเข้าหู จมูก ตา ปาก ที่แน่ไม่ก้ม ก็เงยใช่ไหม แต่ก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100%

hair1คุณพ่อ คุณแม่ใช้วิธีแบบนี้อยู่หรือเปล่า

hair2
หรือแบบนี้

วิธีไหนมันก็ถูกทุกข้อถ้าสามารถสระผมเด็กๆได้แต่ประเด็นคือป้องกันแชมพูเข้าตา หรือจมูกแล้วหรือยังครั้นจะใช้หมวกก็คงไม่เหมาะสำหรับเด็กผู้หญิงเพราะจะทำให้ลำบากสระไม่ทั่วถึงทำให้ไม่สะอาดได้อีกด้วย มาเนรมิตวิธีการสระผมด้วยการสร้างมินิบิวตี้ช้อปในบ้านให้เจ้าหนูหน่อยกันดีกว่า ง่ายๆด้วยเตียงสระผมเด็ก แปลงโฉมพื้นที่ในบ้านให้เป็นร้านสระผมรับรองถูกใจน้องๆแน่นอน

details

เตียงสระผมเด็กพร้อมออพชั่นเสริมต่างๆ

bannerchair

 

การใช้เตียงสระผมก็ง่ายมาก ถ้าคุณแม่เคยไปร้านสระผมก็ใช้เป็นแล้ว เพราะเตียงสระผมเด็กก็มีวิธีการใช้เหมือนเตียงสระผมทั่วๆไปเลย
kodung

เตียงสระผมพร้อมส่งถึงมือคุณหนูๆทั่วประเทศ

 

วิธีป้องกันแสงแดดง่ายๆสำหรับคุณแม่

เครื่องสำอางกันแดด

จะให้หลบหลีกความร้อนโดยไม่ต้องเจอะเจอกับแสงแดดเลยคงไมใช่เรื่องง่าย ตัวร้ายที่ทำให้ผิวเสีย หน้าหมองคล้ำ และที่ร้ายแรงที่สุดเห็นจะเป็นมะเร็งผิวหนัง ลองมาดูวิธีการหลีกหนีแสงแดดหรือถ้าหนีไม่ได้ ก็ขอให้ชั้นดูดีที่สุดท่ามกลางแสงแดดก็แล้วกันนะ

สิ่งที่ควรจะมี:
แว่นตากันแดด ควรหาแบบที่มีสติ๊กเกอร์ติดว่าเป็น 100% UV Protection หรือ  UV400 ก่อนที่จะซื้อ

ปกป้องเล็บจากแสงแดด:   ถ้าอยากให้สีเล็บดูเป็นสีสวยเหมือนตอนทาใหม่ แต่ต้องมาเจอกับแดด ควรดูแลเล็บด้วยโลชั่นที่ป้องกันแดดในตัว และหลังทาเล็บควรใช้สีเคลือบเล็บทาทับอีกรอบ ทำแบบนี้จะช่วยให้ สีเล็บติดทนนาน และเล็บไม่เหลือง ดูวิธีดูแลเล็บ และเรืองของเล็บ

ครีมกันแดดที่ดีที่สุด: ให้แน่ใจว่า SPF ที่มีมากับเครื่องสำอางครีมกันแดดนั้นมีส่วนประกอบของที่ป้องกันทั้ง UVA (ป้องกันการเหี่ยวย่น) และ UVB rays (ป้องกันมะเร็งผิวหนัง) และมีส่วนผสมของ Parsol(tm) 1789, Zine oxide หรือ Titanium Dioxide ผลิตภัณฑ์แนะนำ Clarins Sun Care Cream Ultra Protection SPF30 หรือ AVON sun SPF15

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย:

ครีมกันแดดชนิดไหนที่คุณเหมาะกับคุณ:
1. ถ้าคุณจะไปทำงาน คุณใช้เพียงครีมบำรุงผิวผสมครีมกันแดดในตัวก็พอ เช่น Oil of Olay ที่มี SPF 15
2. ถ้าคุณจะออกไปข้างนอกในเวลาที่มีแดดร้อน ควรใช้ครีมกันแดดที่มีอย่างน้อย SPF 15  สำหรับผิวที่แพ้ง่าย สำหรับผิวธรรมดาควรมีประมาณ SPF25
3. ถ้าในที่ที่คุณอยู่มียุงมาก ควรใช้ครีมกันแดดที่ป้องกันยุงในตัวที่แน่ๆ ครีมที่คุณใช้ ควรมีส่วนผสมของครีมกันแดด เป็นดีที่สุด เพราะแสงไฟนีออนก็ทำลายผิวคุณได้เช่นกันค่ะ

คุณใช้ครีมกันแดดมากไป และถูกวิธีหรือเปล่า: สำหรับการป้องกันแสงแดด ครีมหนึ่งฝ่ามือก็สามารถป้องกันได้ทั่วตัวแล้วค่ะ คุณควรทาครีมประมาณ ครึ่งชั่วโมงก่อนเจอแดด และต้องแน่ใจว่าครีมที่คุณทานั้นยังไม่หมดอายุ ครีมครีมกันแดดที่ดีควรมีอายุไม่เกิน 2 ปีเป็นอย่างมาก

ถ้าผิวของคุณไหม้จากการตากแดด: ให้ใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของวิตามินซี1000mg และทามอยส์เจอร์ไรส์เซอร์ ที่มีส่วนผสมของวิตามิน E, อโลเวลา ซึ่งจะช่วยให้ผิวดูดี และรู้สึกดีขึ้น

ครีมกันแดดชนิดป้องกันน้ำ: ครีมกันแดดชนิดธรรมดาไม่ป้องกันน้ำสามารถปกป้องผิวคุณขณะอยู่ใต้น้ำได้นานถึง 40 นาที แต่ถ้าเป็นครีมกันแดดชนิดกันน้ำจะสามารถปกป้องผิวคุณได้นานถึง 80 นาที แต่ที่สำคัญคุณควรจะทาครีมซ้ำทุกๆสองชั่วโมงขณะเล่นน้ำ และอีกครั้งหลัง

การว่ายน้ำ

ปกป้องเส้นผมจากแสงแดด: ถ้าผมของคุณเป็นผมที่ถูกทำสี เวลาโดนแสงแดดบ่อยๆผมของคุณจะถูกทำลายได้ง่าย และทำให้สีผมเปลี่ยนเป็นสีที่คุณคงไม่ต้องการ วิธีป้องกัน ควรใช้สเปรย์ที่มีส่วนผสมของยากันแดด ฉีดบางๆรอบศีรษะก่อนออกนอกบ้าน และควรอย่างยิ่งที่จะใช้แชมพู และครีมนวดสำหรับผมที่ทำสีโดยเฉพาะ

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก เคสมือถือ

เตรียมตัวเป็นคุณแม่

mommom

เมื่อก่อน เราอาจจะคิดว่าช่วงเวลา 9 เดือน ระหว่างตั้งครรภ์ คือช่วงที่สำคัญที่สุด ต้องกินอาหารดีๆ ,ทำจิตใจให้สบาย,ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฯลฯ แต่เดี๋ยวนี้ วงการแพทย์อเมริกัน ออกมาประกาศแล้วว่า

การเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนตั้งครรภ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะช่วงเวลาที่มีผลกระทบต่อทารกมากที่สุด คือช่วง 17-56 วันแรก ใครที่กำลังคิดว่าตัวเองพร้อมที่จะมีโซ่ทองคล้องใจ เห็นทีจะต้องเริ่มปฎิบัติตัวใหม่กันตั้งแต่วันนี้เสียแล้ว

1. เตรียมร่างกายให้พร้อม
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่า ถึงเวลาเสียทีที่คุณจะมีเจ้าตัวน้อยๆ เกิดขึ้นในบ้าน สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ เช็คสุขภาพร่างกาย ว่าคุณแข็งแรงดีพอที่จะมีบุตรได้หรือเปล่า มีโรคติดต่อทางกรรมพันธุ์บ้างหรือไม่ และถ้ามีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ควรจะต้องดูแลหรือเตรียมพร้อมร่างกายอย่างไร คือควรจะบอกคุณหมดด้วยว่าเหตุผลที่มาตรวจนี้เพื่ออะไร คุณหมอจะได้เตรียมการดูแลที่ถูกต้อง

2. ระมัดระวังเรื่องการใช้ยา
เพราะว่ายาบางชนิดมีผลต่อทารกในครรภ์ แม้ว่าจะเป็นยาที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไปก็ตาม ดังนั้นก่อนการมีบุตร ต้องให้คุณหมอเช็คยาที่คุณใช้ประจำ รวมทั้งวิตามินและอาหารเสริมด้วย

3. ปรับพื้นฐานและปริมาณการกิน
ในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ ทารกจะต้องการโปรตีน,แคลเซียม และธาตุเหล็กมากเป็นพิเศษ นั่นหมายความว่า ถ้าคุณต้องการให้ทารกมีความสมบูรณ์ตั้งแต่เริ่มแรก ก็ควรเริ่มรับประทานอาหารจำพวกนี้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์

ข้อดีอีกข้อที่คุณควรรู้ คือ เมื่อคุณเตรียมความพร้อมไว้แต่ต้น คุณก็ไม่จำเป็นต้องไปเร่งทานอาหารพวกนี้ในช่วงที่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ทำให้การควบคุมอาหารง่ายขึ้น แน่นอนว่าหลังคลอด คุณก็สามารถควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้นด้วย

หมายเหตุ : สตรีมีครรภ์จะต้องการปริมาณอาหารมากกว่าปกติโดยเฉลี่ยวันละ 300 แคลอรี่ น้ำหนักของว่าที่คุณแม่ ไม่ควรเกิน 20 % และไม่ต่ำกว่า 10 % ของน้ำหนักมาตรฐาน เพราะถ้าอ้วนเกินไป จะทำให้ความดันสูง และอาจเป็นเบาหวาน แต่ถ้าผอมเกินไป ก็ทำให้เด็กมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าปกติ และอาจทำให้คลอดก่อนกำหนด

4. ยืดเส้นยืดสาย 
การออกกำลังกายดีกับว่าที่คุณแม่ เพราะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง,ช่วยลดความเครียด และความไม่สบายเนื้อตัวระหว่างการตั้งครรภ์ และทำให้น้ำหนักตัวไม่มากจนเกินไป ยิ่งถ้าคุณเริ่มออกกำลังเสียตั้งแต่ก่อนจะตั้งครรภ์ ยิ่งส่งผลดีทั้งต่อร่างกายคุณเอง และทารก

แต่ถ้าในชีวิตนี้ ไม่เคยเลยที่จะนึกถึงเรื่องพวกนี้ แต่กำลังคิดจะมาเริ่มหลังจากรู้ตัวว่าจะเป็นคุณแม่ คุณควรตรวจร่างกายและขอคำแนะนำจากคุณหมอเสียก่อน ว่าการออกกำลังกายประเภทไหนที่ปลอดภัย กีฬาเบาๆ ที่อยากแนะนำให้ทดลอง คือ โยคะ,ว่ายน้ำ และการเดิน

เริ่มออกกำลังครั้งแรก ควรเริ่มจากช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 10 นาที แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นเป็น 15-20 และ 30 นาที ในที่สุด ข้อควรระวังคือ ไม่ควรปล่อยให้ตัวเองเหนื่อยมากเกินไป และควรหยุดเมื่อเริ่มรู้สึกเหนื่อย

5. ละ-เลิก นิสัยไม่ดี 
สามสิ่งที่ควรละตั้งแต่คิดว่าจะปล่อยให้มีบุตร คือ บุหรี่,เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มคาเฟอีนทั้งหลาย เพราะสารอันตรายที่อยู่ในสิ่งเหล่านี้สามารถสะสมในร่างกาย การเลิกเสียก่อนตั้งครรภ์จะช่วยให้ร่างกายขจัดสารเหล่านี้ออกไปก่อนได้

บุหรี่
อันตรายสำหรับคนที่ยังไม่สามารถเลิกสูบบุหรี่ จะทำให้เด็กมีน้ำหนักตัวน้อย อาจส่งผลให้คลอดก่อนกำหนดหรือแท้งได้

ดื่มหนักๆ
ดื่มหนักๆ (โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กที่เกิดมาปัญญาอ่อน (ผลจากในประเทศสหรัฐอเมริกา)

คาเฟอีน
ผลของมันต่อทารกยังสรุปไม่ได้แน่นอน แต่มีรายงานที่ระบุว่า สตรีมีครรภ์ที่ดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้มากๆ แท้งลูก จึงควรมีลิมิตในการดื่มไม่เกินวันละ 1-2 แก้ว

6. (ว่าที่) คุณพ่อก็ต้องเตรียมตัว 
ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายหญิงเท่านั้นที่ต้องพร้อม ฝ่ายชายเองก็เช่นกัน ต้องเลิกดื่มและสูบบุหรี่หนักๆ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้จำนวนสเปิร์มลดลง อาจทำให้มีบุตรยากขึ้น การใช้ยาของว่าที่คุณพ่อก็เช่นเดียวกัน อาจส่งผลต่อลูกได้เช่นเดียวกัน เมื่อคิดจะมีบุตรจึงต้องปรึกษาเรื่องการใช้ยากับคุณหมอด้วย

เตรียมตัว..ก่อนคลอด

Pregnancy

ในที่สุด.. วันที่คุณอดทนรอมานานถึง 9 เดือนก็มาถึง.. เพื่อคุณจะได้ไม่ต้องตื่นเต้น จนทำอะไรไม่ถูก ขอแนะนำให้เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนถึงกำหนดคลอด เพราะถึงเวลาจริงๆ คงนึกอะไรไม่ค่อยจะออก คงวุ่นดีพิลึก ถ้าคุณลืมโน้น ลืมนี่…จนต้องคลอดกลางไฟแดง

(คุณคงยังไม่อยากนั่งเฮลิคอปเตอร์ หรือถูกประกาศชื่อผ่านจส 100 หรอก..จริงไหมค่ะ) ถ้างั้นเรามาเตรียมตัวไปคลอดลูก อย่างสบายใจ กันดีกว่าค่ะ

- ตรวจดูว่า ประกันสุขภาพของคุณ มีข้อระบุให้ติดต่อเพื่อลงทะเบียน ที่โรงพยาบาลก่อนวันคลอดไว้หรือเปล่า ถ้ามี ก็จัดการให้เรียบร้อยก่อนล่วงหน้าหลายๆ วัน (เผื่อคลอดก่อนกำหนด)
- สะสางและมอบหมายงาน ให้ผู้ที่จะรับผิดชอบงานต่อ และแจ้งลาคลอด ให้เรียบร้อย
- ตกลงกับคุณหมอ ที่คุณฝากครรภ์ไว้เลยว่า ถ้าเจ็บท้อง จะให้คุณโทรไปตามที่คลีนิคหรือไปที่โรงพยาบาล ที่ฝากท้องไว้ได้เลย
- ขอเบอร์โทรศัพท์คุณหมอ เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน ที่จำเป็นต้องติดต่อหลังเวลาทำงาน
- อย่าลืมมองหาคนที่จะขับรถพาคุณไปโรงพยาบาล และจะติดต่อกับเขาได้อย่างไรถ้าเกิดคุณเจ็บท้องขึ้นมา
- เตรียมเส้นทางลัด ที่สามารถไปถึงโรงพยาบาลได้เร็วที่สุด ทั้งจากที่บ้านและที่ทำงาน โดยหลีกเลี่ยงเส้นทางที่กำลังซ่อมถนนหรือทางอ้อม รวมทั้งเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ และรถติด
- รถที่ใช้ควรมีที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กด้วย
- ถ้าคุณมีลูกหรือมีสัตว์เลี้ยง ก็ควรวางแผนให้ดีว่าใครจะเป็นผู้ดูแลแทนคุณ ตอนคุณต้องนอนอยู่โรงพยาบาล
- คุณควรคิดว่าจะให้นมลูกด้วยนมแม่หรือนมผง เพราะจะได้เตรียมอุปกรณ์ได้ถูก
- เตรียมจัดกระเป๋าใส่ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของคุณ ที่ต้องนำไปใช้ที่โรงพยาบาลเอาไว้เลย เผื่อฉุกละหุก ก็คว้าไปได้เลย เช่น เสื้อผ้าเด็กอ่อนและเสื้อผ้าหลวมๆ ใส่สบายๆ เอาไว้ใส่ตอนกลับบ้าน เครื่องสำอาง แว่นตาหรือ คอนแทค เลนส์ ผ้าอนามัยแบบมีห่วง เสื้อชั้นในสำหรับคุณแม่ (มีที่เปิดด้านหน้า) กางเกงในตัวใหญ่ๆ แผ่นซับน้ำนม เครื่องเขียน กล้องถ่ายรูปพร้อมฟิล์ม เอาไว้ถ่ายลีลาเด็ดๆ ของเจ้าตัวน้อย ตั้งแต่แรกเกิด หรือแม้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์ของญาติสนิท มิตรสหาย เพื่อบอกข่าวดีแก่พวกเขา เชื่อเถอะว่าคุณต้องเห่อ อยากจะเป่าประกาศให้คนทั้งโลกรู้ ว่าคุณมีลูกเป็นของตัวเองแล้ว!


เตรียมใจ..ให้พร้อมคลอด

เมื่อคุณมาพักที่โรงพยาบาลแล้ว คุณหมอจะตรวจความกว้างของปากมดลูก และตรวจดูการหดเกร็งและการยืดขยายของอวัยวะภายใน คุณจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเตรียมคลอดของโรงพยาบาล คุณหมอจะคอยตรวจอุณหภูมิ ตรวจปัสสาวะเพื่อดูโปรตีนและน้ำตาล วัดความดันและชีพจรของคุณ รวมทั้งอัตราการเต้นของหัวใจเด็กด้วย พยาบาลจะมาทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศด้วยการโกนขนและสวนทวาร แต่โรงพยาบาลในต่างประเทศส่วนใหญ่มักจะถามความสมัครใจ ของคนไข้ก่อนว่าต้องการให้โกนขนหรือเปล่า ซึ่งจะแตกต่างจากโรงพยาบาลในเมืองไทย ไม่ถาม…โกนเลย เพื่อป้องกันการติดเชื้อและความสะดวกในการทำคลอด

thank for article pregnancytruth.net

เด็กทารก วัยกินๆ นอนๆ

baby eating

เด็กทารกแต่ละคน มีวิธีการกินอาหารที่แตกต่างกัน บางคนไม่ค่อยจะกินหรือกินน้อย แต่ขณะเดียวกัน บางคนก็กินเอ๊า.. กินเอา ที่สำคัญต้องดูบุคลิกของเด็ก ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งอยู่ที่เด็กจะรู้สึกหิว หรืออยากกินอาหารหรือไม่ด้วย เด็กทารกทั่วๆ ไปจะกินนมจากขวด ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง แต่เด็กที่กินนมแม่ อาจจะต้องให้นมบ่อยกว่านี้ เพราะนมแม่ย่อยง่ายกว่า
ความพยายามในการกินนมของทารกในช่วงแรกๆ อาจจะดูเงอะงะ และยังไม่สามารถร่วมมือกันได้ดี ระหว่างแม่กับลูก เพราะไหนจะต้องเอา หัวนมเข้าปาก ไหนจะต้องพยายามหายใจ และดูดนมให้ได้ แต่หลังจากหกสัปดาห์ไปแล้ว เด็กจะรู้มากขึ้น และมีพัฒนาการที่ดีขึ้น สามารถทำได้อย่างคล่องแคล่ว

ทารกแรกเกิด จะใช้เวลาในการนอนมากถึง 2 ใน 3 ของเวลาทั้งวัน หรือบางครั้งอาจจะ เกือบทั้งวัน เลยทีเดียว แต่ปกติแล้ว เขาจะชอบนอน หลังจากอิ่มแล้ว ทารกทุกคนมักต้องการกินนม ในช่วงเวลากลางคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงอายุ 3 ถึง 5 เดือนแรก ทารกแรกเกิด จะหลับประมาณ 2 ใน 3 ของวัน แต่ช่วงเวลานอนของเขา จะค่อนข้างสั้น เดี๋ยวหลับ เดี๋ยวตื่น ตลอดทั้งวัน ภายใน 6 – 8 สัปดาห์ ทารกเกือบทุกคน จะเริ่มหลับนานขึ้นในตอนกลางคืน และหลับน้อยลงในตอนกลางวัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับนิสัยของทารก แต่ละคนด้วย ทุกคนในบ้านล้วนมีส่วน ที่จะทำให้เขาเป็นคนอย่างไร ในตอนแรกการนอนหลับของลูก จะสอดคล้อง กับช่วงเวลาอาหารของเขา คุณจะสังเกตเห็นว่า เขาจะนอนหลับอย่างง่ายดายหลังจากอิ่มอาหาร และได้เรอให้สบายท้องแล้ว พอเริ่มโตขึ้น เขาจะหลับน้อยลง และใช้ช่วงเวลาที่ตื่น หมดไปกับการเล่น คึกคนองจนเหนื่อย และหลับไป มากกว่าจะนอนหลังจากอิ่มอาหาร แต่ก่อนนอนคุณต้องทำใจว่า เขาอาจจะร้องไห้ งอแง หรือดื้อ กับคุณ

ทารกแรกเกิดเกือบทุกคน อาจจะมีไข้ขี้น โดยไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้ หรือร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ ประมาณ 1 ใน 5 ของทารกแรกเกิด มีประสบการณ์การเป็น โรคโคลิค ซึ่งเป็นโรคที่ยังหาสาเหตุ ที่แน่ชัดไม่ได้ อาการของโรค ทารกจะแสดงอาการเหมือนกำลังโกรธอะไรมากๆ เขาจะร้องไห้เสียงดัง และร้องอย่างต่อเนื่องเป็นชั่วโมงๆ กว่าจะหยุด ส่วนใหญ่มักจะ เป็นในช่วงบ่ายแก่ๆ หรือช่วงตอนเย็นๆ หน้าของเด็กจะแดงกร่ำ เท้าจะเกร็ง และถีบเท้าไปมาราวกับว่าปวดท้อง อย่างแสนสาหัส สาเหตุของโรค อาจจะมาจากแก๊ส ในกระเพาะอาหาร หรืออาจจะเป็นตะคริว วิธีที่พอจะ ช่วยแก้ได้บ้าง คือการอุ้มทารกเดิน และเขย่าตัวเบาๆ อาจทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้ สัก 2 – 3 วินาที นอกจากนี้แล้ว ก็ดูเหมือนว่า จะไม่มีวิธีไหน สามารถบรรเทาอาการได้เลย ระหว่างที่ทารกมีอาการแบบนี้ อย่าปล่อยให้ร้องไห้ ตามลำพัง เพราะคุณจะทำให้ความเชื่อใจ ที่เขามีต่อคุณลดลง เขาต้องการ ความเอาใจใส่ดูแลจากคุณ อยากให้คุณอยู่ใกล้ๆ เขา ถึงแม้มันดูเหมือนว่าจะช่วยอะไร ไม่ได้เลยก็ตาม

Back to Top Copyright © 2011 - Boulevard. All rights reserved. | Sitemap