mommom

เมื่อก่อน เราอาจจะคิดว่าช่วงเวลา 9 เดือน ระหว่างตั้งครรภ์ คือช่วงที่สำคัญที่สุด ต้องกินอาหารดีๆ ,ทำจิตใจให้สบาย,ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฯลฯ แต่เดี๋ยวนี้ วงการแพทย์อเมริกัน ออกมาประกาศแล้วว่า

การเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนตั้งครรภ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะช่วงเวลาที่มีผลกระทบต่อทารกมากที่สุด คือช่วง 17-56 วันแรก ใครที่กำลังคิดว่าตัวเองพร้อมที่จะมีโซ่ทองคล้องใจ เห็นทีจะต้องเริ่มปฎิบัติตัวใหม่กันตั้งแต่วันนี้เสียแล้ว

1. เตรียมร่างกายให้พร้อม
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่า ถึงเวลาเสียทีที่คุณจะมีเจ้าตัวน้อยๆ เกิดขึ้นในบ้าน สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ เช็คสุขภาพร่างกาย ว่าคุณแข็งแรงดีพอที่จะมีบุตรได้หรือเปล่า มีโรคติดต่อทางกรรมพันธุ์บ้างหรือไม่ และถ้ามีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ควรจะต้องดูแลหรือเตรียมพร้อมร่างกายอย่างไร คือควรจะบอกคุณหมดด้วยว่าเหตุผลที่มาตรวจนี้เพื่ออะไร คุณหมอจะได้เตรียมการดูแลที่ถูกต้อง

2. ระมัดระวังเรื่องการใช้ยา
เพราะว่ายาบางชนิดมีผลต่อทารกในครรภ์ แม้ว่าจะเป็นยาที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไปก็ตาม ดังนั้นก่อนการมีบุตร ต้องให้คุณหมอเช็คยาที่คุณใช้ประจำ รวมทั้งวิตามินและอาหารเสริมด้วย

3. ปรับพื้นฐานและปริมาณการกิน
ในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ ทารกจะต้องการโปรตีน,แคลเซียม และธาตุเหล็กมากเป็นพิเศษ นั่นหมายความว่า ถ้าคุณต้องการให้ทารกมีความสมบูรณ์ตั้งแต่เริ่มแรก ก็ควรเริ่มรับประทานอาหารจำพวกนี้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์

ข้อดีอีกข้อที่คุณควรรู้ คือ เมื่อคุณเตรียมความพร้อมไว้แต่ต้น คุณก็ไม่จำเป็นต้องไปเร่งทานอาหารพวกนี้ในช่วงที่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ทำให้การควบคุมอาหารง่ายขึ้น แน่นอนว่าหลังคลอด คุณก็สามารถควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้นด้วย

หมายเหตุ : สตรีมีครรภ์จะต้องการปริมาณอาหารมากกว่าปกติโดยเฉลี่ยวันละ 300 แคลอรี่ น้ำหนักของว่าที่คุณแม่ ไม่ควรเกิน 20 % และไม่ต่ำกว่า 10 % ของน้ำหนักมาตรฐาน เพราะถ้าอ้วนเกินไป จะทำให้ความดันสูง และอาจเป็นเบาหวาน แต่ถ้าผอมเกินไป ก็ทำให้เด็กมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าปกติ และอาจทำให้คลอดก่อนกำหนด

4. ยืดเส้นยืดสาย 
การออกกำลังกายดีกับว่าที่คุณแม่ เพราะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง,ช่วยลดความเครียด และความไม่สบายเนื้อตัวระหว่างการตั้งครรภ์ และทำให้น้ำหนักตัวไม่มากจนเกินไป ยิ่งถ้าคุณเริ่มออกกำลังเสียตั้งแต่ก่อนจะตั้งครรภ์ ยิ่งส่งผลดีทั้งต่อร่างกายคุณเอง และทารก

แต่ถ้าในชีวิตนี้ ไม่เคยเลยที่จะนึกถึงเรื่องพวกนี้ แต่กำลังคิดจะมาเริ่มหลังจากรู้ตัวว่าจะเป็นคุณแม่ คุณควรตรวจร่างกายและขอคำแนะนำจากคุณหมอเสียก่อน ว่าการออกกำลังกายประเภทไหนที่ปลอดภัย กีฬาเบาๆ ที่อยากแนะนำให้ทดลอง คือ โยคะ,ว่ายน้ำ และการเดิน

เริ่มออกกำลังครั้งแรก ควรเริ่มจากช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 10 นาที แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นเป็น 15-20 และ 30 นาที ในที่สุด ข้อควรระวังคือ ไม่ควรปล่อยให้ตัวเองเหนื่อยมากเกินไป และควรหยุดเมื่อเริ่มรู้สึกเหนื่อย

5. ละ-เลิก นิสัยไม่ดี 
สามสิ่งที่ควรละตั้งแต่คิดว่าจะปล่อยให้มีบุตร คือ บุหรี่,เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มคาเฟอีนทั้งหลาย เพราะสารอันตรายที่อยู่ในสิ่งเหล่านี้สามารถสะสมในร่างกาย การเลิกเสียก่อนตั้งครรภ์จะช่วยให้ร่างกายขจัดสารเหล่านี้ออกไปก่อนได้

บุหรี่
อันตรายสำหรับคนที่ยังไม่สามารถเลิกสูบบุหรี่ จะทำให้เด็กมีน้ำหนักตัวน้อย อาจส่งผลให้คลอดก่อนกำหนดหรือแท้งได้

ดื่มหนักๆ
ดื่มหนักๆ (โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กที่เกิดมาปัญญาอ่อน (ผลจากในประเทศสหรัฐอเมริกา)

คาเฟอีน
ผลของมันต่อทารกยังสรุปไม่ได้แน่นอน แต่มีรายงานที่ระบุว่า สตรีมีครรภ์ที่ดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้มากๆ แท้งลูก จึงควรมีลิมิตในการดื่มไม่เกินวันละ 1-2 แก้ว

6. (ว่าที่) คุณพ่อก็ต้องเตรียมตัว 
ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายหญิงเท่านั้นที่ต้องพร้อม ฝ่ายชายเองก็เช่นกัน ต้องเลิกดื่มและสูบบุหรี่หนักๆ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้จำนวนสเปิร์มลดลง อาจทำให้มีบุตรยากขึ้น การใช้ยาของว่าที่คุณพ่อก็เช่นเดียวกัน อาจส่งผลต่อลูกได้เช่นเดียวกัน เมื่อคิดจะมีบุตรจึงต้องปรึกษาเรื่องการใช้ยากับคุณหมอด้วย